Edito regrooving hero image Freight transport Help and Advice
Un pneu en phase de recreusage en usine
การเซาะร่องยาง หรือยางแกะดอกคืออะไร ใช่วิธียืดอายุการใช้งานและลดต้นทุนหรือเปล่า?
ในยุคที่ต้นทุนน้ำมันและอะไหล่ยานยนต์พุ่งสูงขึ้น การบริหารจัดการยางรถบรรทุกให้คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์คือหัวใจสำคัญของผู้ประกอบการขนส่ง หลายท่านอาจเคยได้ยินคำว่าเซาะร่องยาง หรือ ยางแกะดอกกันมาบ้าง แต่อาจยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย กลัวว่ายางจะระเบิด หรือทำลายโครงสร้างยางจนไม่สามารถนำไปหล่อดอกต่อได้
ความจริงแล้วหากทำถูกวิธีด้วยมาตรฐานของผู้ผลิต การเซาะร่องยางไม่เพียงแต่ช่วยยืดอายุการใช้งาน แต่ยังเป็นเทคนิคเพิ่มกำไรที่ช่วยให้คุณประหยัดเงินค่าเปลี่ยนยางใหม่ได้อย่างมหาศาล เปรียบเสมือนการปลุกชีพยางให้กลับมาวิ่งงานได้เต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่าทำไมยางมิชลินถึงมั่นใจในเทคนิคนี้ และมันจะเปลี่ยนสมการต้นทุนของคุณไปได้อย่างไร
เผยความลับใต้ดอกยางที่คุณต้องรู้ ว่าการเซาะร่องหรือแกะดอกยางคืออะไร?
การเซาะร่องยาง (Regrooving) คือกระบวนการนำเนื้อยางส่วนฐานที่เสริมพิเศษซึ่งถูกออกแบบเผื่อไว้ใต้ดอกยาง (Under-tread) ออก เพื่อคืนความลึกของร่องยางให้กลับมาใกล้เคียงกับของเดิม ทำให้ยางสามารถรีดน้ำและยึดเกาะถนนได้ดีขึ้นอีกครั้งโดยไม่ต้องเปลี่ยนเส้นใหม่
ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือมาตรฐานการออกแบบ เพราะว่ายางมิชลินทุกเส้นที่มีสัญลักษณ์ "REGROOVABLE" บนแก้มยาง ถูกออกแบบมาให้มีความหนาของหน้ายางเพียงพอสำหรับแกะดอกยาง ได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐาน ETRTO (European Tyre and Rim Technical Organisation) ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ทำให้มั่นใจได้ว่าการเซาะร่องจะไม่ไปรบกวนชั้นโครงสร้างหรือเข็มขัดรัดหน้ายาง ซึ่งต่างจากยางราคาประหยัดบางยี่ห้อที่ไม่ได้เผื่อเนื้อยางส่วนนี้ไว้
Edito regrooving-michelin Help and Advice
photo tyre inspection
ทำไมต้องระวังร้านข้างทางที่รับเซาะร่องหรือแกะดอกยาง?
หากนำยางไปทำการแกะดอกกับร้านที่ไม่ได้มาตรฐาน หลายครั้งมักเกิดปัญหาเซาะลึกเกินไปจนถึงชั้นผ้าใบหรือลวดโครงยาง ส่งผลให้ยางบวม แตก หรือระเบิดขณะใช้งาน แต่หากคุณเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานของมิชลิน ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญจะใช้เครื่องมือวัดความลึกและใบมีดที่ถูกต้องตามสเปกยางรุ่นนั้นๆ ทำให้โครงยางยังคงความสมบูรณ์ 100% พร้อมสำหรับการใช้งานและนำไปหล่อดอกในอนาคต
ยางแบบไหนที่แกะดอกหรือเซาะร่องได้บ้าง
หลายคนอาจยังสับสนถึงสัญลักษณ์ ตัวอักษร หรือตัวเลขต่างๆ ที่อยู่ในสติ๊กเกอร์ยางรถยนต์ ซึ่ง Michelin เข้าใจถึงความกังวลนี้ดี จึงอยากจะอธิบายวิธีการอ่านฉลากยางง่ายๆ ดังนี้
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าแกะดอกยางนั้นไม่ได้ทำได้กับรถทุกประเภทนั้นไม่ได้ทำได้กับรถทุกประเภท
-
ทำได้: ยางรถบรรทุก, ยางรถโดยสาร, และยางรถเทรลเลอร์ของ Michelin ที่มีการระบุคำว่า "REGROOVABLE"
-
ทำไม่ได้: ยางรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (รถเก๋ง), ยางรถกระบะทั่วไป (ที่ไม่ได้ออกแบบมาเฉพาะ) หรือมอเตอร์ไซค์ เนื่องจากหน้ายางของรถเหล่านี้บางกว่ามาก การนำไปแกะดอกจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้น
ดังนั้น คำว่าแกะดอกยางที่มักค้นหากัน จึงควรหมายถึงยางสำหรับรถใหญ่เพื่อการพาณิชย์เป็นหลัก
เพราะเหตุใดจึงต้องทำการแกะดอกยาง หรือเซาะร่อง?
1. อายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น (สูตรลับ 4 = 5)
นี่คือความคุ้มค่าที่สุดของการเซาะร่องยาง เพราะมันช่วยคืนความลึกของดอกยางและยืดระยะทางการใช้งานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 25% ลองจินตนาการดูว่าหากคุณมีรถบรรทุกที่ใช้ยาง 4 เส้น และนำยางทั้ง 4 เส้นนั้นไปเซาะร่องเมื่อดอกใกล้หมด คุณจะได้ระยะทางเพิ่มขึ้นเส้นละ 25% รวม 4 เส้นก็เท่ากับ 100% นั่นหมายความว่า การเซาะร่องยาง 4 เส้น จะทำให้คุณได้ระยะทางการวิ่งเท่ากับได้ยางเส้นใหม่ฟรี 1 เส้น โดยไม่ต้องจ่ายเงินซื้อยางใหม่เต็มราคานั่นเอง
2. ประหยัดน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ
ช่วงเวลาที่ยางสึกจนเหลือดอกยางน้อย คือช่วงที่ยางมีแรงต้านทานการหมุนต่ำที่สุด (Low Rolling Resistance) ซึ่งเป็นช่วงที่ประหยัดน้ำมันที่สุด
-
การเซาะร่องยางจะช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานให้นานออกไป
-
ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้เฉลี่ยถึง 2 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร* เมื่อเทียบกับการเปลี่ยนยางใหม่ทันทีที่มีแรงต้านทานสูงกว่า
3. เสริมการยึดเกาะและความปลอดภัย
หลายคนเข้าใจผิดว่ายางแกะดอกจะลื่นไถลง่ายเพราะยางเคยถูกใช้งานมาระยะหนึ่ง แต่ความจริงแล้วการเซาะร่องช่วยคืนชีพประสิทธิภาพการยึดเกาะให้กลับมามีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นอีกครั้ง
-
ความลึกของร่องยางใหม่ช่วยให้การระบายน้ำดีขึ้น ลดอาการเหินน้ำ (Hydroplaning)
-
ผลการทดสอบชี้ว่า ยางที่ผ่านการเซาะร่องอย่างถูกวิธี มีประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนเปียกและแรงเกาะตามแนวขวางดีขึ้นประมาณ 10% เมื่อเทียบกับยางดอกหมดที่ไม่ได้เซาะร่อง**
4. ลดการทำร้ายสิ่งแวดล้อมโดยไม่รู้ตัว
หากธุรกิจใดที่มีรถบรรทุก รถเทรลเลอร์ หรือรถโดยสารอยู่เป็นจำนวนมาก แล้วหันมาเลือกใช้ยางแกะดอกกับฟลีตรถของตัวเอง ก็เปรียบได้กับการทำธุรกิจแบบรักษ์โลก ซึ่งเป็นไปตามแนวทางโลจิสติกส์สีเขียว (Green Logistics) ที่จับต้องได้
-
ลดขยะ: ยืดอายุยางเดิม ทำให้ลดจำนวนซากยางเก่าที่ถูกทิ้ง
-
ลด CO2: ประหยัดน้ำมันช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 1.1 กก. ต่อระยะทาง 100 กม. ต่อเพลา
-
เตรียมพร้อมสู่การหล่อดอก: ยางมิชลินที่ผ่านการเซาะร่องจากศูนย์บริการมาตรฐาน มีอัตราการผ่านการตรวจโครงยาง (Casing acceptance) เพื่อนำไปหล่อดอกยาง (MICHELIN Recamic) สูงถึง 90%*** เท่ากับยางที่ไม่เคยเซาะร่อง พิสูจน์ได้ว่าการเซาะร่องที่ถูกวิธีไม่ทำลายโครงยาง
5. เรื่องที่ต้องรู้ก่อนเริ่มเซาะร่องหรือแกะดองยาง
ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับความชำนาญและช่วงเวลาที่เหมาะสม
-
เมื่อไหร่ควรทำ: ควรทำเมื่อความลึกของดอกยางเหลือประมาณ 2 ถึง 4 มม.
-
มาตรฐานที่ต้องรักษา: ต้องเหลือเนื้อยางไว้ปกป้องชั้นเข็มขัดรัดหน้ายางอย่างน้อย 2 มม. ระหว่างก้นร่องใหม่กับชั้นโครงสร้าง
ข้อควรระวัง! ห้ามทำการแกะดอกยาง หากพบกรณีดังนี้
-
หน้ายางมีความเสียหายรุนแรง เช่น เป็นรู, มีรอยฉีกขาด, รอยบาดลึก หรือเนื้อยางหลุดร่อน
-
ยางสึกไม่เรียบจนเห็นชั้นโครงสร้าง
-
ยางที่ไม่ได้ระบุว่า REGROOVABLE
การฝืนทำในยางที่ชำรุด หรือเซาะลึกเกินไป จะทำให้โครงยางเสียหาย เกิดสนิมที่ชั้นลวด และเสี่ยงต่อยางระเบิด ซึ่งนอกจากจะอันตรายแล้ว ยังทำให้คุณเสียสิทธิ์ในการนำยางเส้นนั้นไปหล่อดอกยางในอนาคตอีกด้วย
6. รูปแบบการเซาะร่องยาง
ยางแต่ละรุ่น แต่ละลายดอก มีลายแทงในการเซาะที่ไม่เหมือนกัน เพื่อให้ได้สมรรถนะสูงสุด
-
ช่างเทคนิคจะต้องใช้ใบมีดที่มีขนาดและความกว้างถูกต้องตามคู่มือของมิชลิน
-
ห้ามเซาะเป็นลวดลายอิสระตามใจชอบ เช่น ลายฟันปลา หรือลายตัวหนอนที่ร้านทั่วไปนิยมทำแต่ไม่ได้มาตรฐาน
คุณสามารถตรวจสอบรูปแบบลายดอกยางที่ถูกต้องและความลึกที่เหมาะสมของยางมิชลินแต่ละรุ่นได้ที่คู่มือเทคนิค หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ศูนย์บริการ
Picto regrooving patterns large Help and Advice
Picto retreading white paper Help and Advice
เอกสารนำเสนอข้อมูล
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำเสนอผู้บริหาร หรือวางแผนกลยุทธ์ลดต้นทุนให้กับฟลีตรถ เราได้สรุปข้อมูลสำคัญเรื่องความสามารถในการแข่งขัน ความปลอดภัย และการปกป้องสิ่งแวดล้อมไว้ให้แล้ว โซลูชันนี้คือคำตอบที่จะช่วยขับเคลื่อนประสิทธิภาพธุรกิจและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างยั่งยืน
ดูข้อมูลเพิ่มเติม: การหล่อดอกยาง
เมื่อยางแกะดอกของคุณใช้งานจนคุ้มค่าแล้ว อย่าเพิ่งทิ้ง! ยางมิชลินยังสามารถเข้าสู่กระบวนการหล่อดอกยาง (Retreading) เพื่อชุบชีวิตให้เหมือนยางใหม่ได้อีกครั้ง นี่คือขั้นกว่าของการลดต้นทุนที่มิชลินเตรียมไว้ให้คุณ คลิกเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมว่าการหล่อดอกยางช่วยคุณประหยัดได้มากแค่ไหน
*ตัวเลขอ้างอิงจากการทดสอบภายในและการใช้งานจริง อาจแตกต่างกันไปตามสภาพถนนและพฤติกรรมการขับขี่
**เปรียบเทียบกับยางที่สึกในระดับเดียวกันแต่ไม่ได้ทำการเซาะร่อง
***เมื่อดำเนินการโดยศูนย์บริการมาตรฐานที่ได้รับการรับรองจากมิชลิน
Edito picture regrooving retreading visit hamburg Freight transport Help and Advice
Rechapage d'un pneu en atelier
*1.94 ลิตร/100 กม. ซึ่งผ่านตรวจสอบและรับรองโดยหน่วยงานอิสระในเดือนมิถุนายน 2007 สำหรับรถที่ติดตั้งยาง MICHELIN ENERGY™ ที่เซาะร่องยาง และรถที่ติดตั้งยาง MICHELIN ENERGY™ ที่ไม่ได้เซาะร่องยาง
** แหล่งข้อมูลภายในของมิชลิน: ดำเนินการทดสอบบนพื้นคอนกรีตขัดมัน
*** การศึกษาของมิชลินดำเนินการกับยาง 1 ล้านเส้นที่จัดหาให้สำหรับการหล่อดอกยางรุ่น Michelin Remix ใหม่ในปี 2008 และ 2009 ความแตกต่างของอัตราการอนุมัติระหว่างยางที่หล่อดอกและเซาะร่องใหม่กับยางที่หล่อดอกแต่ไม่เซาะร่องใหม่นั้นต่ำกว่า 0.2%