ไปยังคำร้องขอใบเสนอราคาของฉัน 0

trucks road

สติ๊กเกอร์ยางคืออะไร ทำไมผู้ประกอบการขนส่งไทยต้องรู้เพื่อการบริหารต้นทุน

ในการบริหารจัดการกองรถ (Fleet Management) ของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ยางรถบรรทุกและรถยนต์เชิงพาณิชย์ถือเป็นปัจจัยที่มีผลต่อต้นทุนการดำเนินงานอย่างมหาศาล  การเลือกซื้อยางในปัจจุบันจึงไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ราคาหรือยี่ห้อเท่านั้น แต่ต้องอาศัยข้อมูลเชิงลึกจากสติ๊กเกอร์ยาง หรือ Eco Sticker ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและปรับใช้ในประเทศไทยผ่านมาตรฐาน มอก. 2721-2560 และ มอก. 2719-2560

วันนี้ Michelin จะพาผู้ประกอบการขนส่งหรือผู้ที่ขับรถบรรทุก รถบัส หรือรถเชิงพาณิชย์มาทำความเข้าใจถึงเรื่องสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่บนยางรถยนต์ไปพร้อมกัน เพื่อช่วยให้การเลือกยางครั้งถัดไปทำได้มั่นใจและคุ้มค่าตรงกับวัตถุประสงค์การใช้งานมากที่สุด

ทำไมสติ๊กเกอร์ยางจึงเป็นหัวใจสำคัญของการลดต้นทุนในธุรกิจขนส่ง

สติ๊กเกอร์ยางรถยนต์ หรือที่เรียกกันอย่างเป็นทางการว่าฉลากยาง (Tyre Label) คือแผ่นป้ายข้อมูลมาตรฐานสากลที่ติดอยู่บนหน้ายางใหม่ทุกเส้น เพื่อบ่งบอกประสิทธิภาพของยางเส้นนั้นใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การประหยัดน้ำมัน การยึดเกาะบนถนนเปียก และระดับเสียงรบกวนที่เกิดจากยาง โดยข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งและผู้ใช้รถบรรทุกทั่วไปสามารถเปรียบเทียบคุณภาพของยางแต่ละรุ่นได้อย่างชัดเจน ไม่ต่างจากการดูฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 บนเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้เราทราบว่ายางที่เลือกนั้นมีความปลอดภัยและคุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาวเพียงใด

ไม่เพียงเท่านี้ สติ๊กเกอร์ยางรถยนต์ยังเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่บอกถึงประสิทธิภาพของยางใน 3 มิติสำคัญ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรและขาดทุนของธุรกิจขนส่ง นั่นก็คือ

  • ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Rolling Resistance): ยางรถบรรทุกมีส่วนในการใช้พลังงานหรือน้ำมันเชื้อเพลิงสูงถึง 20-30% ข้อมูลบนสติ๊กเกอร์ยางจะระบุเกรดความต้านทานการหมุน ซึ่งยางที่มีประสิทธิภาพสูง (เกรด A) จะช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นอย่างชัดเจน

  • ความปลอดภัยและการยึดเกาะ (Wet Grip Index): สำหรับการขนส่งในไทยที่ต้องเผชิญกับสภาพถนนเปียกในฤดูฝน การเลือกยางรถบรรทุกที่มีค่าการยึดเกาะถนนที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด และลดระยะเบรกได้สั้นลงถึง 30% เมื่อเทียบกับยางเกรดต่ำสุด

  • การจัดการมลพิษทางเสียง (External Noise): ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกยางที่ลดผลกระทบด้านเสียงต่อสิ่งแวดล้อมได้ โดยเฉพาะการขนส่งในพื้นที่เขตเมืองที่มีชุมชนและผู้คนหนาแน่น

 

วิธีการอ่านข้อมูลบนสติ๊กเกอร์ยางรถยนต์ (ECO Sticker)

หลายคนอาจยังสับสนถึงสัญลักษณ์ ตัวอักษร หรือตัวเลขต่างๆ ที่อยู่ในสติ๊กเกอร์ยางรถยนต์ ซึ่ง Michelin เข้าใจถึงความกังวลนี้ดี จึงอยากจะอธิบายวิธีการอ่านฉลากยางง่ายๆ ดังนี้

  • สัญลักษณ์หัวจ่ายน้ำมัน (Rolling Resistance): ระบุเกรด A ถึง G โดยเกรด A คือระดับที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ยิ่งค่าน้อย ยิ่งดี เพราะช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่า 
    • เกรด A: ประหยัดน้ำมันสูงสุด เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับฟลีตรถขนส่งระยะไกล 
    • เกรด G: มีความต้านทานสูงสุด ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่า
       
  • สัญลักษณ์ก้อนเมฆและฝน (Wet Grip Index): ระบุเกรด A ถึง G ซึ่งยิ่งมาก ยิ่งดี ยิ่งเกรดสูง ระยะเบรกบนถนนเปียกจะยิ่งสั้นลง เพิ่มความปลอดภัยให้กับพนักงานขับรถ สินค้า หรือผู้โดยสาร 

    • เกรด A: ระยะเบรกสั้นที่สุดบนถนนเปียก 

    • เกรด G: ระยะเบรกยาวที่สุดบนถนนเปียก
       

  • สัญลักษณ์ลำโพง (Noise Measure Value): ระบุระดับเสียงรบกวนภายนอกเป็นหน่วยเดซิเบล (dB) และแสดงระดับคลื่นเสียง 3 ระดับ ซึ่งยิ่งน้อย ยิ่งดี เพราะมีส่วนช่วยลดมลพิษทางเสียง
     

  • สัญลักษณ์ QR Code และ มอก.: ในประเทศไทยสติ๊กเกอร์ยางรถยนต์จะมาพร้อมกับ QR Code ที่เชื่อมโยงไปยังฐานข้อมูลข้อมูลผลิตภัณฑ์ และแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพื่อยืนยันว่ายางเส้นดังกล่าวผ่านการทดสอบตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
     

  • ประเภทของยาง (Type Class): ใช้แบ่งเกรดหรือ Class ของยางรถยนต์ ซึ่งอ้างอิงตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) 2721-2560 และสามารถแบ่งยางออกเป็น 3 คลาสหลักตามขนาดและการรับน้ำหนัก ดังนี้

    • Class C1 (ยางสำหรับรถยนต์นั่ง): ใช้กับรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป รถเก๋ง และรถ SUV ที่ไม่ได้เน้นการบรรทุกหนัก

    • Class C2 (ยางสำหรับรถบรรทุกเบา): ใช้กับรถกระบะ รถตู้ และรถบรรทุกขนาดเล็กที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีดัชนีการรับน้ำหนัก (Load Index) ในระดับปานกลาง

    • Class C3 (ยางสำหรับรถบรรทุกหนักและรถบัส): ใช้กับรถบรรทุกขนาดใหญ่ รถพ่วง และรถโดยสารขนาดใหญ่ ซึ่งเน้นความทนทานและการรับน้ำหนักสูงเป็นพิเศษ

screenshot 2569 04 16 at 10 16 48

ตารางเปรียบเทียบความคุ้มค่ายาง Michelin vs ยางเกรดทั่วไป

บรรดาธุรกิจที่มีการใช้งานรถบรรทุก รถโดยสาร หรือรถพ่วงเทรลเลอร์ต่างๆ ล้วนต้องการลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อผลกำไรที่มากขึ้นในระยะยาว ซึ่งปัจจัยด้านการเลือกใช้ยางรถบรรทุกก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน และตารางด้านล่างนี้จะทำให้คุณเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น

*อ้างอิงจากข้อมูลการทดสอบของคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission)

เกณฑ์การพิจารณา 

ยางประสิทธิภาพสูง (ยาง Michelin) 

ยางมาตรฐาน (เกรด C หรือต่ำกว่า) 

ผลกระทบต่อต้นทุนและธุรกิจ 

ประสิทธิภาพการใช้น้ำมัน (Rolling Resistance) 

ดีเยี่ยม: แรงต้านทานการหมุนต่ำสุด ช่วยประหยัดน้ำมันสูงสุด 

ปานกลาง/ต่ำ: มีแรงต้านทานสูง ทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น 

ลดค่าใช้จ่ายน้ำมัน: การขยับเกรดขึ้นเพียง 1 ระดับ ช่วยประหยัดน้ำมันได้เฉลี่ย 0.6 ลิตร/100 กม.* 

การยึดเกาะบนถนนเปียก (Wet Grip Index) 

สูงสุด: ระยะเบรกสั้นที่สุด ยึดเกาะถนนเปียกได้อย่างมั่นใจ 

ความเสี่ยงสูง: ระยะเบรกยาวขึ้นตามระดับเกรดที่ต่ำลง 

ลดความสูญเสีย: ทุกระดับที่ต่างกันส่งผลต่อระยะเบรกที่เพิ่มขึ้นประมาณ 3.5 เมตร เพิ่มโอกาสเกิดอุบัติเหตุ 

มลพิษทางเสียง (External Noise) 

เงียบ: ระดับเสียงต่ำกว่า 68 dB 

ดัง: ระดับเสียงสูงกว่า 75 dB ขึ้นไป 

ภาพลักษณ์องค์กร: ลดมลพิษทางเสียงในเขตชุมชนและเพิ่มความสบายในการขับขี่ 

วิธีตรวจสอบข้อมูล 

มี QR Code ระบุข้อมูลทางเทคนิคครบถ้วนบนสติ๊กเกอร์ยาง 

มี QR Code ระบุข้อมูลทางเทคนิคครบถ้วนบน สติ๊กเกอร์ยาง 

ความโปร่งใส: ตรวจสอบข้อมูล Load Index และ Speed Index ได้ทันทีผ่านระบบดิจิทัล 

ประสิทธิภาพการใช้น้ำมัน

pictos trans resistance

ระยะการเบรกบนถนนเปียก

pictos trans pluie

เสียงรบกวนจากยาง

pictos trans son

ความแตกต่างด้านสมรรถนะที่ควรพิจารณา

ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยาง

resistance roulement picto

ยางรถบรรทุกมีส่วนในการใช้พลังงานของรถอยู่ระหว่าง 20 ถึง 30% โดยค่าความต้านทานการหมุนจะแตกต่างกันไปตามประเภทยางแต่ละรุ่น ดังนั้น การเลือกใช้ยางที่เหมาะสมจึงส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อ หากรถบรรทุกติดตั้งยางเกรด C จะมีการใช้น้ำมันมากกว่ายางเกรด B ประมาณ 0.6 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นค่าการประหยัดจะอยู่ที่ประมาณ 31,000 บาท* ต่อระยะการวิ่ง 100,000 กิโลเมตร (คำนวณจากอัตราอ้างอิง)

นอกจากข้อมูลบนสติ๊กเกอร์ยางแล้ว การหมั่นตรวจสอบความดันลมยางอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการฝึกอบรมพนักงานขับรถให้มีทักษะการขับขี่แบบประหยัดพลังงาน ก็เป็นอีกหนึ่งโซลูชันที่ช่วยลดต้นทุนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการยางที่ช่วยลดต้นการใช้งานในระยะยาวได้อย่างแท้จริง ยางประหยัดน้ำมันสำหรับรถบรรทุกอย่าง Michelin X Multi Energy Z กับยางรถโดยสาร Michelin X Coach Energy Z และยาง Michelin X Multi Z2 จะช่วยให้ใช้น้ำมันทุกหยดได้แบบคุ้มค่าที่สุด เนื่องจากค่าของ rolling resistance อยู่ที่ 5-6 เท่านั้น

หมายเหตุ: ตัวเลขการประหยัดน้ำมันเป็นการคำนวณเบื้องต้นเพื่อประกอบการพิจารณาต้นทุน ผลลัพธ์จริงอาจเปลี่ยนแปลงตามราคาน้ำมันและสภาพการใช้งานในไทย

visuel energie

ระยะเบรกบนถนนเปียก

pluie

เมื่อเปรียบเทียบระดับสมรรถนะระหว่าง 2 เกรด (เช่น เกรด B และ เกรด C) ระยะเบรกของรถบรรทุกที่ชะลอความเร็วจาก 60 กม./ชม. ลงมาที่ 20 กม./ชม. จะลดลงได้ถึงประมาณ 3.5 เมตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ส่งผลต่อความปลอดภัยอย่างมาก

เพื่อความปลอดภัยสูงสุด โปรดรักษาระยะห่างที่เหมาะสมจากรถคันหน้า และตรวจสอบความดันลมยางอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ยางมีประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนที่ดีที่สุด

visuel distance v2

ผลกระทบของยางต่อมลพิษทางเสียง

bruit picto

มลพิษทางเสียงที่เกิดจากการจราจรบนท้องถนนเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย ซึ่งยางคือปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนสำคัญต่อระดับเสียงดังกล่าว เสียงจากการหมุนของยางขึ้นอยู่กับทั้งประเภทยางและสภาพพื้นผิวถนน โดยการจัดลำดับชั้นเสียงบน สติ๊กเกอร์ยางรถยนต์ จากคลื่นเสียงหนึ่งไปยังอีกระดับหนึ่ง หมายถึงความแตกต่างของระดับเสียง 3 เดซิเบล (dB) หรือเทียบเท่ากับการลดลงของเสียงรบกวนภายนอกถึง 50%

bruit image

ยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจของคุณด้วยคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

การเลือกยางที่เหมาะสมไม่ใช่เพียงแค่การมองหาเกรดบน สติ๊กเกอร์ยาง เท่านั้น แต่คือการเลือกโซลูชันที่ตอบโจทย์สภาพถนนและการใช้งานจริงในประเทศไทย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการบริหารต้นทุนและยกระดับความปลอดภัยให้กับธุรกิจของคุณ

Michelin และเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายยางรถบรรทุก รถเทรลเลอร์ และรถโดยสารทั่วประเทศไทย พร้อมให้คำปรึกษาเชิงลึกโดยทีมเชี่ยวชาญ เพื่อช่วยคุณวิเคราะห์และคัดเลือกยางที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับฝูงรถของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการเน้นนวัตกรรมการประหยัดพลังงาน หรือการเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนในทุกสภาวะ

เริ่มต้นวางแผนลดต้นทุนและเพิ่มกำไรให้ธุรกิจของคุณตั้งแต่วันนี้

  • ติดต่อเรา เพื่อรับการประเมินสภาพยางและคำแนะนำในการเลือกยางที่สอดคล้องกับเส้นทางวิ่งจริง

คุณใช้เว็บบราวเซอร์ที่ไม่ใช่เวอร์ชั่นปัจจุบัน

เว็บบราวเซอร์ที่คุณใช้ไม่ได้รับการรองรับจากเว็บไซท์นี้ การใช้งานบางอย่างอาจไม่สมบูรณ์

กรุณาติดตั้งเว็บบราวเซอร์เหล่านี้เพื่อประโยชน์การใช้งานสูงสุด

Firefox 78+
Edge 18+
Chrome 72+
Safari 12+
Opera 71+